2011/Jun/21

I think of you,,
music in words
 
 
 
 
 
          กริ๊งงงงงงงงงงงงงง
 
 
 
          เสียงนาฬิกาปลุกที่ดังสนั่น เรียกให้เธอตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา ก่อนจะตกใจเพราะใกล้จะได้เวลาเข้างานเต็มที โดยไม่รอช้า เธอรีบพุ่งตัวเข้าห้องน้ำเพื่อทำกิจวัตรประจำวันอย่างรีบเร่ง ก่อนออกจากบ้านก็ไม่ลืมที่จะฉวยเอกสารกองโต ปากก็คาบขนมปังแผ่น มือก็ถือรองเท้าส้นสูงคู่เก่ง และอีกสิ่งหนึ่งที่เธอต้องทำเป็นประจำทุกวันก่อนออกจากบ้าน ไม่ว่าตอนนั้นจะรีบแค่ไหนก็ตาม
 
 
 
          "เป็นกำลังใจให้ออมด้วยนะติ๊...."
 
 
 
          ยิ้ม... ให้กับรูปของคนรัก ที่กำลังอวดรอยยิ้มเก๋ๆ ด้วยมาดขี้เล่นของเขา ก่อนที่จะรีบวิ่งไปที่รถเพื่อเดินทางไปบริษัท
 
 
      
          เมื่อไปถึงบริษัท ก็ต้องรีบเอารายงานที่ทำแทบเป็นแทบตายมาเป็นสัปดาห์ส่งกับเจ้านายจอมเฮี้ยบ ก่อนที่จะเดินออกมานั่งโต๊ะประจำของเธอ นั่งก้นยังไม่ทันจะร้อนก็โดนเลขาฯของเจ้านายเรียกให้หันไปมอง
 
 
          "น้องออมคะ ผู้จัดการเรียกพบด่วนค่ะ"
          "ค่ะ พี่หญิง"
 
         
  
 
          ตึ่งงง
 
          เสียงดังสนั่นหวั่นไหวของกองเอกสารที่เธอทำมาแทบเป็นแทบตายโดนโยนลงไปกองบนโต๊ะผู้จัดการต่อหน้าเธอ ก่อนที่เธอจะหน้าเสียเตรียมตัวฟังเจ้านายจอมเฮี้ยบเทศนาอีกยก
 
 
 
 
          "หลับตาสิ..."
 
 
          เสียงคุ้นเคยดังขึ้นมาพร้อมกับสายลมอ่อนๆ ให้เธอหลับตาลง และได้ยินเสียงอูคูเลเล่ตัวเก่งของเขาดังขึ้นมาทันทีที่เธอหลับตา
 
 
          ท่าทางของเขายังคงตลกเหมือนเดิม เต้นไปดีดอูคูเลเล่ในมือไป ปากก็ร้องเพลงเสียงดังโหวกเหวกแข่งกับเจ้านายของเธอ ในขณะที่เจ้านายเธอยังคงเทศนาธรรมต่อไปโดยไม่ได้สนใจเหตุการณ์ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ติ๊นาหันไปมองเจ้านายของเธอพลางส่ายหัวแล้วหัวเราะขำแต่มือก็ยังคงดีดอูคูเลเล่เช่นเดิมให้เธออมยิ้มในท่าทางของเขา
 
 
          ติ๊นาที่หยุดบรรเลงบทเพลงประสานเสียงกับเจ้านายแล้ว หันมาสบตากับเธอเต็มตา ก่อนจะยิ้มน้อยๆ และพูดกับเธอไม่กี่คำ
 
 
 
          "....................."
 
 
 
          เธอออกมาจากห้องเจ้านายด้วยอาการยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้เจ้านายสงสัยว่าทำไมคราวนี้เธอถึงไม่สลดเหมือนปกติ ก่อนจะออกมานั่งประจำที่บนเก้าอี้ทำงานและคิดถึงภาพขี้เล่นปนทะเล้นของคนรัก เพียงแค่ได้เห็นก็เรียกรอยยิ้มของเธอได้ไม่น้อย
 
 
 
 
 
          ใกล้จะเวลา 5 โมงเข้ามาทุกที เพื่อนร่วมออฟฟิศคนอื่นๆเริ่มทะยอยเก็บข้าวเก็บของเพราะใกล้จะได้เวลาเลิกงาน แต่เธอกลับต้องมานั่งคิ้วผูกโบว์ คิดงานไม่ออกซักที เห็นทีว่าวันนี้เธอคงต้องอยู่ทำโอทียาวจนดึกจนดื่นเป็นแน่ คิดได้แค่นั้นเธอก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะหลับตาพักความเหนื่อยล้าที่มีมาทั้งวันทั้งๆที่มือยังคงกำปากกาเอาไว้หลวมๆ
 
 
 
 
          ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกถึงมืออุ่นที่ค่อยๆจับมือของเธอข้างที่ถือปากกาไว้ และเมื่อมองไปก็เห็นเขาคนนั้น ยืนก้มตัวลงมา ใบหน้าของเธอและเขาใกล้ชิดกันพอที่จะได้ยินเสียงลมหายใจของอีกฝ่าย เขาพยักหน้าให้เธอเบาๆ พร้อมกับส่งยิ้มน้อยๆให้เธออีกครั้ง ก่อนจะกระซิบคำๆนึงให้เธอฟัง
 
 
 
 
          "........................."
 
 
 
 
          เลิกงานทีไรปัญหาเดิมๆก็ตามมาหลอกหลอนทุกครั้ง สภาวะนี้มันช่างคับขันจนรู้สึกอยากจะหายตัวได้ ไม่เข้าใจว่าทำไมกรุงเทพมหานครรถมันถึงได้ติดได้ขนาดนี้ 2 ชั่วโมงที่เสียไปกับการมานั่งถอนหายใจเล่นในรถคันเล็กจิ๋วคันนี้ ทั้งๆที่เธออยากจะกลับบ้านไปนอนพักผ่อนเหลือเกิน
 
 
          เธอค่อยๆกระเถิบตัวให้อยู่ในท่าที่สบาย พลางหลับตาเพื่อที่จะพักสายตาจากการเพ่งขับรถ ทั้งๆที่รถก็ยังคงอยู่กับที่ ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกได้ถึงสายลมอ่อนๆที่พัดวูบเข้าปะทะใบหน้า สายลมอุ่นที่หาได้ใช่ลมจากช่องแอร์ของรถ
 
 
          เมื่อหันไปก็เห็นเขาคนนั้นนอนเล่นอยู่ตรงเบาะข้างคนขับ ที่ที่ปกติเธอจะต้องเป็นคนได้นั่ง เขาหลับตาพริ้มและปล่อยให้เธอจ้องอยู่เนิ่นนาน ก่อนที่จะค่อยๆลืมตาและหันมามองเธอพร้อมกับส่งสายตาที่หวานเยิ้มมาให้
 
         
          เธอยิ้มตอบกลับไปให้เขาได้ไม่ทันไรก็ต้องขมวดคิ้วยุ่ง เมื่อจู่ๆเจ้าคนขี้เล่นที่อยู่เบาะข้างๆก็เกิดแลบลิ้นใส่ อีกทั้งยังหัวเราะลั่น เมื่อโดนกวนประสาทมาถึงขนาดนี้มีหรือที่เธอจะยอม เธอเงื้อมือเตรียมจะตีกระหน่ำใส่ร่างของเขา แต่เขากลับยกมือห้ามขึ้นมาพลางชี้ไปที่สัญญาณไฟจราจร และบอกว่า "เขียวแล้วๆ"
 
 
          เธอหันไปมองสัญญาณไฟแว่บนึง ก่อนจะหันมามองหน้าเขาอีกครั้ง ครั้งนี้เธอเห็นเขายิ้มน้อยๆให้ ก่อนจะพูดคำๆนึงให้เธอใจหาย แต่ไม่ทันไรก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่อรถคันหลังบีบแตรเป็นสัญญาณว่าไฟเขียวนานแล้ว ให้เคลื่อนรถไปได้แล้ว
 
 
 
          "............................."
 
 
 
 
 
          เมื่อกลับมาถึงบ้าน เธอก็รีบจัดแจงอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และเข้าครัวมาทำอาหาร เพลงรักหวานถูกฮัมออกมาอย่างไม่ขาดสายจากปากของเธออย่างอารมณ์ดี
 
 
          วันนี้ วันที่ 21 มิถุนายน วันที่คนรักของเธอจะกลับมาจากเรียนเมืองนอก
 
 
          สปาเก็ตตีคาโบนาร่าเจ้าเก่าที่เขามักจะบ่นเป็นประจำว่าเป็นอาหารท่าไม้ตายของเธอ เพราะทุกทีที่เธอมีเวลามาทำอาหารให้เขากิน ก็มักจะหยิบยกเอาเมนูนี้มาทำเสมอๆ แต่ก็ไม่เคยเลยสักครั้งที่เขาจะปฏิเสธไม่กินมัน หนำซ้ำยังกินเบิ้ลอีกสองจานด้วยซ้ำไป
 
    
          เธอเดินถือสปาเก็ตตีสองจานในมืออย่างอารมณ์ดี แต่ด้วยความสุขที่ล้นจนเหมือนจะบังตา อยู่ๆก็เดินสะดุดล้มลงไป ส่งผลให้จานสปาเก็ตตีร่วงลงกับพื้นแตกเป็นเสี่ยงๆ
 
 
          เธอลุกขึ้นมาอย่างอารมณ์เสียต่อความซุ่มซ่ามของตัวเอง แต่ยังลุกได้ไม่ดีก็ต้องทรุดลงไปใหม่เพราะเท้าเจ้ากรรมดันไปเหยียบเอากับเศษจานสปาเก็ตตี แล้วก็ต้องร้องโอดโอยหลับตาปี๋เพราะแผลที่ลึกเอาการ
 
 
          จู่ๆก็มีลมวูบพัดเข้ามาปะทะร่างของเธอ แล้วก็มีสองมือที่ค่อยๆประคองเธอลุกขึ้นยืนจากด้านหลัง เธอค่อยๆลุกขึ้นยืนทีละน้อยจนยืนได้เต็มความสูง หันไปก็เห็นเขากำลังส่งยิ้มหวานมาให้ ก่อนที่เขาจะค่อยๆสวมกอดเธอจากด้านหลังช้าๆ ก่อนที่จะกระซิบบางอย่างที่ทำให้เธอต้องร้องไห้ออกมา ก่อนจะผลักเขาและวิ่งออกไปคว้ารูปเขามากอดไว้แนบอกและร่ำไห้สุดเสียง รูปที่เธอมักจะมองประจำตั้งแต่เขาต้องเดินทางไปเรียนต่างประเทศ
 
 
 
         
          "หนวกหูเน๊อะ 55555 ....... สู้ๆนะออม"
 
          เขายกกำปั้นขึ้นมาทำท่า "ไฟท์ติ้ง" ในแบบฉบับที่เขาชอบทำให้เธอเสมอๆ
 
 
 
 
 
          "ติ๊จะอยู่ข้างๆออมเสมอนะ...."  
          เขายิ้มน้อยๆก่อนจะจับมือของเธอไว้มั่น จู่ๆสมองเธอที่เคยล้ากลับคิดงานออกแทบจะทันที
 
 
 
 
 
          "ถึงเวลาที่ควรจะไปแล้ว"
 
          ปี๊นนนนนนนนนนนนน
          เสียงแตรรถคันหลังเร่งให้เธอต้องรีบเข้าเกียร์และขับรถออกไป
 
 
 
         
 
 
 
 
 
 
          "ติ๊ขอโทษนะออม อย่ารอติ๊อีกเลย ติ๊คงไม่ได้กลับมาอีกแล้ว......"
 
 
 
 
 
 
          21 มิถุนายน 2010 วันนี้ของปีที่แล้ว วันที่เขาควรจะกลับมาจากเมืองนอก ควรจะกลับมาอยู่กับเธอ ถ้าไม่ใช่เพราะท้องฟ้าที่แปรปรวน ถ้าไม่ใช่เพราะพายุลูกนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะเครื่องบินที่เขาโดยสารมาตก เขาคงจะได้กลับมา กลับมาบอกคำๆนี้กับเธอด้วยตัวเอง ว่าเขาคิดถึงเธอมากขนาดไหน ว่าเขารักเธอมากแค่ไหน
 
 
 
 
 
 
 
 
          ".....................ติ๊รักออมนะ.........."

edit @ 21 Jun 2011 23:11:50 by นู๋อิง

2011/Jun/20

บันทึกรักเจ้าชายเย็นชา

 

Main Characters

 

ทิน รับบทโดย ติ๊นา ศุภนาฎ จิตตลีลา

นิสัยเย็นชา ไม่ค่อยแคร์ใครเพราะพ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่เด็ก

 

ออม รับบทโดย ออม สุชารัตน์ มานะยิ่ง

เป็นคนตรงๆ แต่จิตใจดี มองโลกในแง่ดี

 

แก้ว รับบทโดย แก้ว จริญญา ศิริมงคลสกุล

เพื่อนสนิทกับทิน มีฐานะร่ำรวยเหมือนทิน พ่อแม่ทำธุรกิจร่วมกัน

 

แก๊งค์เพื่อนในโรงเรียน

 

โทน รับบทโดย โทนี่ รากแก่น

 

หนูนา รับบทโดย หนูนา หนึ่งธิดา โสภณ

เต๋อ รับบทโดย เต๋อ ฉันทวิชช์

 

Original Soundtrack

คำสาป – ปราโมทย์ ปาทาน

 

edit @ 20 Jun 2011 02:05:24 by นู๋อิง

2007/Oct/20

เนื่องจากเราเพิ่งกลับมาจากภูเก็ต (ไปเลี้ยงหลานมาอ่ะ.. ถึงแม้พวกป้าๆจะบอกว่าเล่นเกมกะนอนอุตุซะมากกว่าก็เหอะนะ) เรยอยากลงรูปหลานก่อนจะต้องไปกรุงเทพฯต่อ (ว้า~ เดินสายตะลิ๊ดติ๊ดชึ่งเรย)

<--มองจิ้งจกหรือตุ๊กแกจ๊ะนู๋นิกกี้
Nicki : นู๋ป่าวน้า~

หลานชั้นหรือต้อยหมวกแดงเนี่ย -->
Nicki : ก็บอกแร้ววว ว่าอย่าขอหมอลำ (แป่ว - -)

<--โดนจับใส่ตระกร้า (ล้างน้ำรึเปล่าไม่แน่ใจ เอิ๊กๆๆ)
Nicki : แว๊ก! นู๋จะออก

น่ารักชิ๊มิ๊ หลานของช๊านเองแหละ เอิ๊กๆๆ น่ารักเหมือนน้ามัน  <--น้าเป็นปลื้ม

ปล.ความจิงอยากลงรูปอีกง่ะ แต่ว่าน่ารักทู้กรูปเรย เลือกม่ายถูก เอิ๊กๆๆ (หลานช๊านนๆ)

edit @ 20 Oct 2007 01:23:29 by นู๋อิง